logo-01
ฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตของประเทศไทย (Thai National Life Cycle Inventory Database) 


 

 

ฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตของประเทศไทย (Thai National Life Cycle Inventory Database)

ความเป็นมาของฐานข้อมูลการประเมินวัฏจักรชีวิตของประเทศ

       ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการจัดทำบัญชีรายการวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Inventory; LCI) ของผลิตภัณฑ์หรือการบริการ ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญที่ช่วยสนับสนุนงานด้านสิ่งแวดล้อมและการค้าของประเทศ ทั้งการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การวางแผนการใช้ทรัพยากร รวมถึงการวางนโยบายของภาครัฐ ดังนั้น 5 หน่วยงานพันธมิตร อันประกอบด้วย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงาน.พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, กระทรวงอุตสาหกรรม (โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม), สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยจึงร่วมกันดำเนินการจัดทำ “ฐานข้อมูลบัญชีรายการวัฏจักรชีวิตของประเทศไทย” ขึ้น เพื่อให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในการนำไปใช้ประโยชน์ ดังกล่าวข้างต้นการจัดทำ Life Cycle Inventory (LCI) หรือบัญชีรายการวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (หรือการบริการ) เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วยวิธี LCA ซึ่งLCI ที่มีคุณภาพ ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และโปร่งใส จะทำให้ผลการประเมินถูกนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ทั้งในการปรับปรุงการผลิต การเลือก Supply Chain การวางแผนการใช้ทรัพยากร การตัดสินใจ การวางนโยบาย รวมถึงการขอฉลากสิ่งแวดล้อม เช่น Carbon Footprint เป็นต้น

ความหมายของ Thai National Life Cycle Inventory Database
National Life Cycle Inventory หรือ National LCI คือ LCI ที่สามารถเป็นตัวแทนระดับประเทศได้ ขอบเขตการเก็บข้อมูลและวิธีการเก็บข้อมูลเพื่อให้ได้ National LCI ของประเทศไทย จะต้องมีเหตุผลและมีหลักการที่จะทำให้ได้ข้อมูลที่เป็น “ตัวแทน” ระดับประเทศซึ่งจะแตกต่างกันไปตามชนิดของผลิตภัณฑ์ เช่น
- เก็บข้อมูลมากกว่าหรือเท่ากับ 60% ของกำลังการผลิตทั้งหมดของประเทศ และหาค่าเฉลี่ย
- เก็บข้อมูลที่เป็นตัวแทนของเทคโนโลยีการผลิตของประเทศ
- เก็บข้อมูลของโรงงานขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก และหาค่าที่เป็นตัวแทน
- เก็บข้อมูลที่เป็นตัวแทนการผลิตในแต่ละภูมิภาคของประเทศ
- มีลักษณะอื่นๆ ที่บ่งชี้ว่าเป็นตัวแทนของประเทศได้
การตั้งขอบเขตและวิธีการเก็บข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็น “ตัวแทน” เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้น ผู้ดำเนินการเก็บข้อมูลหรือ Practitioner ควรขอความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญทั้งทางด้าน LCA และสาขาวิชาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่จะทำ National LCI

ความสำคัญของ Thai National Life Cycle Inventory Database
ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ทุกประเทศให้ความสนใจ และนำมาสู่กฎข้อบังคับต่างๆ สำหรับสินค้าที่จะนำเข้าหรือซื้อขายกันในประเทศ รวมทั้งการที่ผู้บริโภคบางกลุ่มต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้ผลิตพยายามที่จะพัฒนากระบวนการผลิต เพื่อให้ได้รับฉลากสิ่งแวดล้อมนอกจากนี้ ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ได้แสดงให้เห็นว่า การใช้ทรัพยากร การปลดปล่อยสารและของเสียออกจากกระบวนการผลิต การใช้งาน และการกำจัดซาก ก่อให้เกิดผลกระทบต่อมนุษย์ และสภาวะแวดล้อมในด้านต่างๆ หากไม่มีการแก้ไข ปรับปรุง จะส่งผลเสียต่อมนุษย์อย่างที่ไม่อาจจะแก้ไขได้ในอนาคต

การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่งให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะทำได้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ หากมี LCI ของผลิตภัณฑ์นั้น การทำ LCI เพื่อประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจะต้องสืบข้อมูลไปถึงขั้นตอนการผลิตวัตถุดิบ ตลอดจนการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ตัวอย่างเช่น การทำ LCI ของอาหารสัตว์ โรงงานผลิตอาหารสัตว์อาจทราบ Inventory ณ ช่วงการผลิต (Production Process) ว่า ต้องใช้เมล็ดข้าวโพด เชื้อเพลิง และไฟฟ้าเท่าใดในการผลิต แต่กว่าจะได้เมล็ดข้าวโพดมาต้องมีการเพาะปลูกข้าวโพด การกะเทาะเมล็ดข้าวโพด และการขนส่งมายังโรงงาน (แสดงดังรูปที่ 1) การเพาะปลูกข้าวโพดมีการใช้ปุ๋ยซึ่งผลิตมาจากอีกโรงงานหนึ่งส่วนเครื่องจักรกะเทาะเมล็ดต้องใช้ไฟฟ้า และการขนส่งต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนี้ไฟฟ้าที่ใช้ในแต่ละขั้นตอนยังมีที่มาจากแหล่งผลิตอื่น (สำหรับประเทศไทยใช้แก๊สธรรมชาติ เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตไฟฟ้า) อย่างไรก็ตามโรงงานไม่ทราบ LCI ของปุ๋ย การขนส่งน้ำมัน เชื้อเพลิง และไฟฟ้า ซึ่งจำเป็นสำหรับการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมด้วยวิธี LCA และการสืบไปถึงการใช้ทรัพยากรต่างๆ ในการผลิตวัตถุดิบนี้ เป็นสิ่งที่ใช้เวลามากและอาจได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของภาครัฐในการจัดทำ LCI ของวัสดุพื้นฐานและพลังงาน (เช่น แก๊สธรรมชาติ ไฟฟ้า เม็ดพลาสติก เหล็ก น้ำมันเชื้อเพลิง และพืชเศรษฐกิจ เป็นต้น) ที่สามารถเป็นตัวแทนของประเทศได้

2.1-picture

รูปที่ 1 ระบบการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอาหารสัตว์

 

การดำเนินงานของ Thai National Life Cycle Inventory Database
จากความสำคัญของ LCI ของวัสดุพื้นฐานและพลังงานดังกล่าว ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ หรือ MTEC (National Metal and Materials Technology Center) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ร่วมมือกับ 4 องค์กรหลัก คือ กระทรวงอุตสาหกรรม (โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.), สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดทำ “ฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตของวัสดุพื้นฐานและพลังงานของประเทศ” ขึ้น โดยมุ่งไปที่วัสดุพื้นฐานและพลังงาน 3 กลุ่มใหญ่ ดังนี้ (แสดงดังรูปที่ 2)

2.2-picture

รูปที่ 2 กลุ่มวัสดุพื้นฐานและพลังงานที่เป็นเป้าหมายของการทำ “ฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตของวัสดุพื้นฐานและพลังงานของประเทศ”

 

1. กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ได้แก่ น้ำมัน พลังงาน และการขนส่ง เช่น น้ำ ประปา น้ำอุตสาหกรรม ถ่านหิน แก๊สธรรมชาติ น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา การขนส่งโดยรถบรรทุก 10 ล้อ และการขนส่งโดยรถบรรทุก 16 ล้อ เป็นต้น
2. กลุ่มวัสดุพื้นฐาน (Basic Materials) แบ่งย่อยออกเป็น 4 กลุ่ม คือ
    1) วัสดุจากอุตสาหกรรม เช่น สิ่งทอ กระดาษ และพลาสติก เป็นต้น
    2) วัสดุจากเกษตรกรรม เช่น ข้าว ยางธรรมชาติ และพืชผักผลไม้ เป็นต้น
    3) สารเคมี เช่น โซเดียมไฮดรอกไซด์ กรดซัลฟูริก และยาฆ่าแมลง เป็นต้น
    4) วัสดุก่อสร้าง เช่น ปูนซีเมนต์ ไม้ กระจก และกระเบื้องปูพื้น เป็นต้น
3. กลุ่มการรีไซเคิลและการจัดการซาก (Recycle and Waste Management) ได้แก่ การรีไซเคิล การเผา การฝัง การย่อยสลายโดยไม่ใช้ออกซิเจน

ผู้ดำเนินงานประกอบด้วย

1. คณะทำงานดูแลฐานข้อมูลกลาง (Commissioner) ปัจจุบันคือ MTEC มีหน้าที่ควบคุมคุณภาพ ดูแล รักษา และเผยแพร่ฐานข้อมูล รวมถึงให้คำปรึกษาในการจัดทำฐานข้อมูล และรับผิดชอบภาพรวมของการพัฒนาฐานข้อมูลให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

2. คณะทำงานเก็บข้อมูล Inventory (Practitioner) ได้แก่ กลุ่มบุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ ที่มีความเชี่ยวชาญในวัสดุพื้นฐานและพลังงานนั้นๆ มีหน้าที่ในการติดต่อกับภาคอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอข้อมูล วิเคราะห์ความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือของข้อมูลนั้นๆ รวมทั้งจัดส่งข้อมูลให้กับคณะทำงานดูแลฐานข้อมูลกลาง

3. คณะทำงานบริหาร (Steering Committee) มีหน้าที่ในการกำกับดูแลโครงการพัฒนาฐานข้อมูลฯ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามยุทธศาสตร์เพิ่มขีดความสามารถอุตสาหกรรมไทยในการแข่งขันภายใต้กฎระเบียบของสหภาพยุโรป ตลอดจนประสานงาน ติดตามความคืบหน้า และสนับสนุนการดำเนินงานโครงการ

4. คณะทำงานด้านเทคนิค (Technical Committee) มีหน้าที่ดูแลภาพรวมของการดำเนินงานด้านเทคนิคให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ตลอดจนกำหนดวิธีการติดตามความก้าวหน้า และให้คำแนะนำ วิธีการ หรือแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคของโครงการที่เกิดขึ้นในการทำ National LCI ของผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่ง ผู้เก็บข้อมูลหรือ Practitioner จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์เป้าหมายและหลักการ LCA เมื่อ Practitioner ได้ตั้งเป้าหมายและขอบเขตของการเก็บข้อมูลแล้ว จึงทำแบบสอบถามเพื่อใช้ในการสัมภาษณ์หรือเพื่อให้ผู้ประกอบการกรอกข้อมูลตามความเป็นจริง เมื่อ Practitioner ได้รับข้อมูลจากผู้ประกอบการทุกแห่งตามขอบเขตที่กำหนดไว้แล้ว จากนั้นจึงทำการแปลงข้อมูลให้เป็น LCI เฉลี่ยที่เป็นตัวแทนของประเทศแล้วส่งกลับมายัง MTEC ซึ่งเป็น Commissioner (แสดงดังรูปที่ 3) Practitioner ควรตั้งคณะกรรมการที่ประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งด้าน LCA และสาขาที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เป้าหมาย เพื่อให้คำแนะนำด้านการวางขอบเขตการทำแบบสอบถาม และให้ความเห็นกับผล LCI ที่ได้ หากคณะกรรมการเห็นควรให้ปรับปรุงแก้ไข Practitioner ควรดำเนินการแก้ไข ทั้งนี้เพื่อให้การทำ National LCI เป็นไปตามข้อกำหนดใน ISO 14040 และ ISO 14044 คือ วิธีการเก็บข้อมูลถูกต้อง ข้อมูลมีคุณภาพ และโปร่งใส รวมถึงตอบวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

 2.3-picture

 รูปที่ 3 การดำเนินงานเพื่อให้ได้ Thai National LCI Database

Inventory ที่ Practitioner ได้จากผู้ประกอบการ ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลสารและพลังงานที่เข้าและออก ในกระบวนการผลิตของโรงงานหรือในไร่ของเกษตรกร เรียก Inventory แบบนี้ว่า “Gate to Gate” ซึ่งหมายถึง ขั้นตอนการผลิตสินค้าโดยพิจารณาเฉพาะข้อมูลสารขาเข้า (ประตู) และสารขาออก (จากประตู) โดยไม่คำนึงถึงกระบวนการผลิตแบบต้นน้ำ (Upstream) หรือปลายน้ำ (Downstream) และไม่นับรวมช่วงการใช้งาน หรือการกำจัด (แสดงตัวอย่างดังตารางที่ 1.1 ในบทที่ 1) จากนั้น MTEC จะนำ Inventory แบบ “Gate to Gate” มาหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสืบไปถึงทรัพยากรพื้นฐานที่ใช้ในการผลิตวัตถุดิบ เช่น Inventory อาหารสัตว์ จะโยงไปถึงการผลิตข้าวโพดและปุ๋ยซึ่งต้องใช้แร่ธาตุ ไฟฟ้า และเชื้อเพลิง ในการผลิต รวมทั้งจะโยงไปถึงการใช้ทรัพยากรต่างๆ ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าและเชื้อเพลิงอีกด้วย (แสดงดังรูปที่ 2.1) เรียก Inventory แบบใหม่นี้ว่า “Cradle to Gate” ซึ่งหมายถึง ขั้นตอนตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบสำหรับผลิตสินค้าจนกระทั่งได้ผลิตภัณฑ์ แต่ไม่รวมขั้นตอนการใช้งานหรือกำจัดซาก
ก่อนจะเปิดเผย LCI สู่สาธารณะ จำเป็นต้องมีการประชุมตัวแทนผู้ที่มีผลได้-ผลเสียจากการเปิดเผยข้อมูล รวมทั้งขอความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ถึงความถูกต้องของ National LCI เรียกว่า การทำ Critical Review เมื่อที่ประชุมเห็นพ้องกันในความถูกต้อง เหมาะสม จึงบรรจุ National LCI ไว้ในฐานข้อมูลกลาง (Central Database) หรือเปิดเผยสู่สาธารณะได้ ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปของโปรแกรมสำเร็จรูป (Software)

บทสรุปการจัดทำ Thai National Life Cycle Inventory Database Inventory

การจัดทำ Thai National LCI มีความสอดคล้องกับ ISO 14040 และ ISO 14044 โดยขั้นแรก Commissioner และ Practitioner กำหนดเป้าหมายร่วมกัน ได้แก่ ชนิดและจำนวน LCIที่จะจัดทำขึ้น โดย LCI ที่ได้ จะต้องสามารถเป็นตัวแทนของประเทศได้ จากนั้นร่วมกันกำหนดขอบเขตของงาน โดย Practitioner จะเป็นผู้เก็บข้อมูลสารและพลังงานที่เข้าและออกจากระบบที่สนใจศึกษา และนำข้อมูลที่ได้มาทำเป็นค่าเฉลี่ย และรายงานให้ Commissioner ทราบ รวมถึงตั้งคณะกรรมการที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อให้คำปรึกษาในการทำให้ LCI ที่ได้ถูกต้อง มีคุณภาพ และตรงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ Practitioner ต้องบันทึกข้อมูล (Documentation) การทำ National LCI ตั้งแต่การกำหนดเป้าหมาย จนถึงการรายงานผลการศึกษาครอบคลุมขอบเขตวิธีการเก็บข้อมูล สูตรที่ใช้ในการคำนวณ สมมติฐาน และอื่นๆ เพื่อให้ได้ผล LCI เหมือนเดิม หากมีการทำซ้ำ และเพื่อให้ผู้ที่จะนำ LCI ไปใช้สามารถตัดสินใจได้ว่า LCI มีความถูกต้องและสมบูรณ์เพียงพอที่จะนำไปใช้ต่อหรือไม่ นอกจากนี้ Documentation ยังสำคัญสำหรับการทำ Critical Review อีกด้วย เมื่อได้ LCI แล้ว ควรตรวจสอบความถูกต้องและความน่าเชื่อถือ รวมทั้งคุณภาพข้อมูลใน LCI นั้นๆ ทั้งนี้ สามารถปรับเป้าหมายและขอบเขตการศึกษาเพื่อให้ได้ LCI ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น การรายงานผลการศึกษาควรโปร่งใสและละเอียดเพียงพอที่ผู้อ่านจะวิเคราะห์ได้ว่า ควรนำข้อมูลไปใช้ต่อได้หรือไม่อย่างไร และหากผู้อ่านทำตามสิ่งที่ได้รายงานไว้ควรได้ผลการศึกษาเหมือนกับในรายงาน จากนั้นอาจการมีการทำ Critical Review เพื่อให้คณะผู้เชี่ยวชาญรับรองความถูกต้องของ Thai National LCI