เป้าประสงค์ที่ 12.7: ส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐที่ยั่งยืน ตามนโยบายและการให้ลำดับความสำคัญของประเทศ

        

Target 12.7 Picture          การจัดซื้อจัดจ้างที่ยั่งยืน (Sustainable procurement) เป็นการจัดซื้อจัดจ้าง สินค้า บริการ หรือกิจกรรมใดๆ ของหน่วยงาน ที่ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดผลประโยชน์กับหน่วยงานนั้นๆ แต่ยังส่งผลดีต่อสังคมและเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดอีกด้วย

         

          สำหรับประเทศไทย สำนักงานสถิติแห่งชาติได้รายงานสถานะตัวชี้วัดของเป้าประสงค์ที่ 12.7 ว่าเป็นตัวชี้วัดที่มีระเบียบวิธีที่เป็นที่ยอมรับ แต่ไม่มีความพร้อมของข้อมูล อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา พบว่า ประเทศไทยมีการดำเนินนโยบาย


          การจัดซื้อสินค้าและจัดจ้างบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกว่า การจัดซื้ดจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement) มาเป็นระยะเวลานานพอสมควร โดยหน่วยงานภาครัฐที่ดำเนินการหลัก คือ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้จัดทำคู่มือการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาตั้งแต่ปี 2549 และคู่มือฉบับล่าสุด คือ ปี 2557 สำหรับการดำเนินการตามแผนส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมปี 2551-2554 ที่ผ่านมาในระยะแรกมีหน่วยงานภาครัฐระดับกรมหรือเทียบเท่าทั้งหมดตอบรับเข้าร่วมดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจำนวนทั้งสิ้น 170 หน่วยงาน

          มีเป้าหมายในการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งหมด 17 รายการ (14 สินค้า และ 3 บริการ) ซึ่งพบว่า ภาครัฐได้รับผลประโยชน์โดยอ้อมจากการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพียง 12 รายการ รวมมูลค่าถึง 223.51 ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 24.05 ของงบประมาณจัดซื้อสินค้าทั้งหมด [1] สำหรับในปี 2556-2559 คพ. มีเป้าหมายขยายหน่วยงานที่เข้าร่วมไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ตั้งแต่เทศบาลตำบลขึ้นไป) องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ มหาวิทยาลัย และหน่วยงานในกำกับของรัฐ


          อย่างไรก็ดี จากการรายงานของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme: UNEP) [2] ได้เสนอแนะตัวชี้วัด (Suggested indicators) ของเป้าประสงค์ที่ 12.7 ไว้ 3 ตัวชี้วัด ประกอบด้วย


1) จำนวนประเทศที่ดำเนินนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอย่างยั่งยืนและดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ
2) ร้อยละของการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืนในสินค้าทั้งหมดที่มีการจัดซื้อจัดจ้าง และ
3) ผลกระทบของการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืนต่อการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์


          และตัวชี้วัดเพิ่มเติม (Additional indicator) อีก 1 ตัว คือ ผลกระทบของการคิดต้นทุนตลอดวัฏจักรชีวิตต่อสังคม รวมทั้งได้ระบุความเชื่อมโยงของเป้าประสงค์ที่ 12.7 ไปยังเป้าประสงค์ในเป้าหมายอื่น ได้แก่ เป้าประสงค์ที่ 8.4 (ปรับปรุงอย่างต่อเนื่องถึงปี 2030 เกี่ยวกับประสิทธิภาพทรัพยากรทั่วโลกทั้งในการบริโภคและการผลิต และพยายามแยกการเติบโตทางเศรษฐกิจจากความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม ตามกรอบการทำงาน 10 ปี ของโครงการการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืนที่ประเทศพัฒนาแล้วเป็นผู้นำ)

 

          และเป้าประสงค์ที่ 7.2 (ภายในปี 2030 เพิ่มการแลกเปลี่ยนพลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืนในระดับนานาชาติ) ทั้งนี้ ตัวชี้วัดที่มีการเสนอแนะและความเชื่อมโยงไปยังเป้าหมายอื่นๆ ตามรายงานของ UNEP เหล่านี้ ยังไม่พบว่ามีการรายงานจากหน่วยงานภาครัฐหน่วยงานใด สิ่งต่างๆ เหล่านี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาและวิเคราะห์ในรายละเอียดต่อไปว่า ประเทศไทยมีความพร้อมของข้อมูลเหล่านี้มากน้อยเพียงใด หากต้องมีการรายงานให้สอดคล้องกับนานาชาติเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยังยืนเช่นเดียวกับประชาคมโลก

 

เอกสารอ้างอิง:


[1] สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และกรมควบคุมมลพิษ. 2555. รายงานบับสมบูรณ์โครงการการศึกษาวิจัยเชิงนโยบายและประเมินผลการขับเคลื่อนนโยบายการจัดซื้อสีเขียวของภาครัฐ เพื่อส่งเสริมตลาดสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับประเทศไทย.


[2] United Nations Environment Programme (UNEP). 2015. Sustainable Consumption and Production Indicators for the Future SGDs. UNEP Disscussion Paper. March 2015.

 

 

 

 

 ppt12 7

 ดาวโหลดเอกสาร

 

จัดทำโดย:
ห้องปฏิบัติการการประเมินวัฏจักรชีวิต
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ