เป้าประสงค์ที่ 12.6: สนับสนุนให้บริษัท โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่และบริษัทข้ามชาตินำปฏิบัติอย่างยั่งยืนมาใช้และบูรณาการข้อมูลการพัฒนาในกระบวนการรายงาน

        

สนับสนุนให้บริษัท โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่และบริษัทข้ามชาตินำปฏิบัติอย่างยั่งยืนมาใช้และบูรณาการข้อมูลการพัฒนาในกระบวนการรายงาน         

 

การดำเนินการเพื่อตอบเป้าประสงค์ที่ 12.6 ในระดับนานาชาติ


          ดัชนีชี้วัดการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทใหญ่ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ได้แก่ Dow Jones Sustainability World Index ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Dow Jones Index กับ Sustainable Asset Management (SAM) โดยทำการคัดเลือกจากบริษัทกว่า 3,000 บริษัท ในตลาดทุนทั่วโลกและในกลุ่มตลาดเกิดใหม่มากกว่า โดยพิจารณาจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดและการประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนโดยการจัดทำแบบสอบถาม และตรวจสอบจากรายงานบริษัท และใช้คำนวณแบบถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตาม ราคาตลาด (Market Capitalization Weight) [1]

 

 

         

          ในปี 2559 บริษัทจากประเทศไทยได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิก DJSI ทั้ง 2 กลุ่ม ทั้ง กลุ่มดัชนี DJSI World จำนวน 5 บริษัท และ กลุ่มดัชนี DJSI Emerging Markets จำนวน 15 บริษัท [2] โดย บมจ. บ้านปู (BANPU) บมจ. ไออาร์พีซี (IRPC) บมจ. ไทยออยล์ (TOP) และบมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ถูกจัดอันดับในกลุ่ม Gold class company [3] นอกจากนี้ บมจ. ไทยออยล์ (TOP) ได้รับคะแนนสูงสุดเป็นที่หนึ่งด้านความยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานของโลก

 

 

           การดำเนินการเพื่อตอบเป้าประสงค์ที่ 12.6 ของประเทศไทย สำหรับการดำเนินงานในเป้าประสงค์ที่ 12.6 นี้ของประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ถูกกำหนดให้เป็นหน่วยงานรวบรวมข้อมูลการดำเนินงานใน เป้าประสงค์ที่ 12.6 ของประเทศไทย โดย ตลท. ได้จัดทำดัชนี SET SI (SET Sustainability Index) และมีการประกาศรายชื่อบริษัทที่เป็นหุ้นยั่งยืนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 โดยในการประเมิน ตลท. จะใช้ข้อมูลการดำเนินงานด้าน CSR 1) ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และ2) แบบสอบถามที่ให้บริษัทกรอกการดำเนินงานเพื่อประเมินความยั่งยืนของบริษัท โดยมิติที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งไว้เพื่อประเมินความยั่งยืนประกอบด้วย 3 มิติครอบคลุมทั้ง เศรษฐกิจ (7 หมวดย่อย) สิ่งแวดล้อม(4 หมวดย่อย) และสังคม(7 หมวดย่อย) รวมหมวดย่อยทั้งสิ้น 18 หมวด [4]
ในปีพ.ศ. 2559 ตลท.พิจารณาความยั่งยืนของบริษัท จากผลการดำเนินงานทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลของบริษัทจดทะเบียน โดยบริษัทจดทะเบียนที่จะได้รับการคัดเลือกต้องมีคะแนนอย่างน้อยกึ่งหนึ่งในมิติเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม รวมถึงต้องผ่านเกณฑ์คุณสมบัติตามที่ตลท. กำหนด

 

           นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2559 ได้เพิ่มการพิจารณาเรื่องผลประกอบการ และการคัดกรองด้านการกำกับดูแลต่างๆ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุน โดยมีคณะทำงานเพื่อการลงทุนอย่างยั่งยืน ตามแนวคิดของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยคณะทำงานประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านบรรษัทภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม และหน่วยงานในตลาดทุนไทย เป็นผู้กลั่นกรองเพื่อให้กระบวนการคัดเลือกมีความโปร่งใสในทุกๆขั้นตอน การรายงานความยั่งยืนของบริษัท จะรายงานในเดือน ต.ค. ของทุกปี โดยในปีพ.ศ. 2559 มีจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกทั้งสิ้นจำนวน 55 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SET 49 บริษัท และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 6 บริษัท [5]

 

 

ที่มา


[1] บทความกลต. “ESG/Sustainability index”, 2556, www.sec.or.th/TH/MarketDevelopment/Documents/marketdev_esg.pdf


[2] ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, 2559, SET News :14 บจ. ไทยปี 2559 ได้รับเลือกในดัชนี DJSI สูงสุดใน ASEAN, จดหมายข่าวฉบับที่ 77/2559, www.set.or.th


[3] RobecoSAM, Where are the world’s most sustainable companies located, http://yearbook.robecosam.com/leaders-by-country.html


[4] ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, เกณฑ์การประเมินความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนประจำปี 2558, https://www.set.or.th/sustainable_dev/th/sr/sd/files/awards2015_1_criteria.pdf


[5] ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, Thailand Sustainability Investment 2559, http://www.set.or.th/sustainable_dev/th/sr/sri/tsi_p1.html

 

 

 

 ppt12 6

 ดาวน์โหลดเอกสาร

 

จัดทำโดย:
ห้องปฏิบัติการการประเมินวัฏจักรชีวิต
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ