ความสำคัญของบัญชีรายการวัฏจักรชีวิต
การผลิตผลิตภัณฑ์และการบริการใดๆ ก็ตาม (หมายรวมถึง การใช้งานและการกำจัด) จะมีการใช้ทรัพยากร และปล่อยสาร (เช่น ของเสีย มลสาร หรือของเหลือใช้) สู่สิ่งแวดล้อม เช่น ดิน น้ำ และอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในด้านต่างๆ มีวิธีการการประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นหลายวิธี และวิธีการหนึ่งที่ได้รับการยอมรับและนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ การประเมินตลอดวัฎจักรชีวิต หรือ Life Cycle Assessment (LCA) ซึ่งเป็นวิธีการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรตลอดวัฏจักรชีวิต โดยคำนึงถึงขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน และการกำจัด [ISO 14040, 2006] โดย LCA จะคำนึงถึงผลกระทบด้านต่างๆ ทั้งด้านสุขภาพของมนุษย์ คุณภาพของระบบนิเวศ และการลดลงของทรัพยากร นอกจากนี้ LCA ยังสามารถใช้วิเคราะห์จุดเด่น-จุดด้อยในกระบวนการผลิต ใช้ในการวางแผนการใช้ทรัพยากร การตัดสินใจ หรือการวางนโยบาย [Center for Resilience, Ohio State University] และใช้สำหรับการทำฉลากสิ่งแวดล้อมบางประเภท เช่น Carbon Footprint (CF) ในประเทศไทย Environmental Product Declaration (EPD) ในประเทศสวีเดน และ Eco-Leaf ในประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น
การประเมินผลกระทบด้วยวิธี LCA นี้ จำเป็นต้องทราบว่ามีสารและพลังงานชนิดใดบ้างที่เข้าและออกจากระบบ (หรือกระบวนการ) ที่สนใจ และเป็นปริมาณเท่าใด บัญชีรายการสารและพลังงานที่เข้าและออกจากระบบ เรียกว่า บัญชีรายการวัฏจักรชีวิต หรือ Life Cycle Inventory (LCI) หรือเรียกสั้นๆ ว่า บัญชีรายการ หรือ Inventory

 

ตัวอย่าง การผลิตผลิตภัณฑ์ A มีสารและพลังงานที่เข้าระบบการผลิต ประกอบด้วยวัตถุดิบ a น้ำ ไฟฟ้า และเชื้อเพลิง แสดงดังรูปที่ 1 สารและพลังงานที่ออกจากระบบการผลิต ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ A ผลิตภัณฑ์ร่วม (Co-product) ของเสียที่เป็นของแข็ง ความร้อนจากระบบการผลิตมลสารที่ปล่อยสู่อากาศ (Emissions to Air) ได้แก่ CO2, SO2, NOx มลสารที่ปล่อยสู่แหล่งน้ำ (Emissions to Water) ได้แก่ COD และมลสารที่ปล่อยสู่ดิน (Emissions to Soil) ได้แก่ ยูเรีย
ตารางที่ 1 แสดง Inventory ของระบบดังกล่าว

1.2-01

 1.2-02